p i k a s s o's profileLost In SpacePhotosBlogListsMore Tools Help

Pichanun F.

Occupation

Lost In Space

Photo 1 of 83
June 12

Because of 'O' type

 
เคยมะ กินไรอยู่ดีๆ กำลังเคลิ้ม แล้วก็มีคนเดินมาบอกว่า ของชิมคำดิ พร้อมกับช้อนดาวเด่นของอาหารจานนั้นเข้าปากไป ในขณะที่เราทำได้แค่มองตามตาเยิ้ม .. สับสน

หลายคนคงบอกว่า ถ้าแก งก นัก ก็บอกเค้าไปสิว่า "ไม่ให้ชิม" "อยากกินก็ไปซื้อเองสิ" ... อ่า จริงสินะ ถ้าเป็นเพื่อน หรือแม้กระทั่งน้องๆที่บ้าน ชั้นคงทำอย่างงั้นไปแล้ว .. แต่ถ้าเป็น "แม่"ล่ะ ถ้าเป็นแม่มาทำอย่างนี้ล่ะ จะทำยังไง?  อ่านมาถึงตรงนี้จะหาว่าฉันเป็นลูกอกตัญญูล่ะสิ ป่าวนะ ไม่เลย ชั้นไม่เคยปฏิเสธแม่นะ ไม่เคยไม่ให้  (เพราะไม่ทัน) -_-"  แล้วแม่ชั้น ก็ไม่เคยพูดก่อน .. มาถึงก็ยกช้อน "หมับ" T_T  ไอเราก็ .. ไรว้า @#!%^!!??? อุตส่าห์ขี่จักรยานไปซื้อ ร้อนก็ร้อน ก่อนไปก็ถามแล้วนะ ว่า "แม่กินไรป่าว" ก็บอกไม่เอา พอเราเทใส่ชาม กำลังละเลียดเส้นอย่างลั้ลลาเท่านั้นล่ะ ไอลูกชิ้นแบบที่ร้านก๊วยเตี๋ยวมันต้องให้มาลูกเดียว(แบบที่จะเก็บไว้เป็น climax) ก็เสร็จแม่ช้านนทู้กที .. แต่ก็พูดไม่ออก บ่นไม่ได้ แอบกระฟัดกระเฟียดอยู่ในใจ แม้จะรู้ดีว่า แค่คิดชั้นก็บาปแล้ว แม่เราเองนะเนี่ย จะงกทำไมว้า แม่นะเว้ย แม่ที่เลี้ยงเอ็งมา ป้อนข้าวป้อนน้ำเอ็งมา ลูกชิ้นลูกเดียว จะงกทำม้ายยยย อ้ายยงกเอ๊ยย เหะ ๆ ก็รู้ตัวดี แต่ก็นะ แอบปริ๊ดอยู่ในใจทุกครั้ง ทำให้คิดเองเออเองมาตลอดเวลาว่า ชั้นคงเป็นคนงกของกินว่ะ เป็นนิสัยไม่ดีติดตัวของชั้นเอง แล้วความรู้สึกผิดก็ตามมาพร้อมกับความผิดบาปในใจ

แต่ในวันนี้ ความลับทั้งหลายทั้งปวงก็กระจ่าง "ฮ้าาาา-เร-ลู้-ย่ะ" ใส่แว่น อยู่ดี ๆ เป้กับบุ้ง ก็มาชี้ทางสว่างให้ว่า สาเหตุมันเกิดที่กรุ๊ปเลือดต่างหากล่ะ มันเป็นที่กรุ๊ปเลือด O ของช้านนนเอง ไม่ใช่ชั้นนิสัยไม่ดีซักหน่อย หุหุ เพราะอ้างจากหนังสือ "ทายนิสัยตามกรุ๊ปเลือด ของ จาเมะ จาเมะ" เค้าระบุไว้ว่า คนกรุ๊ป O น่ะ เวลาสั่งอาหารคนละอย่างกัน จะเกิดอาการ "ขอกินคำหนึ่งดิ...เธอกินของเราด้วยสิ"  แต่ตอนแอบกินของอร่อยอยู่เงียบ ๆ แล้วดันมีคนพูดว่า "ขอกินคำหนึ่งดิ" จะโกรธมากโทษฐานทำลายความสุขครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก แถมบุ้ง ซึ่งเป็นคนกรุ๊ปเดียวกันก็ยังเสริมให้อีกว่า "ก็เป็นเหมือนกั๊นนน"

.. หุหุหุ เห็นมะ แม่นที่สุด งกที่ไหนกัน มันเป็นที่ กรุ๊ปเลือดดดด O ที่แม่ให้มาตะหากล่ะ

ps . มาเขียน blog หลอกตัวเองเนี่ย ทำลายสถิติ ที่เวลาแค่ 8.49 นาที ชนะเลิศศศ !!

May 22

come back to me

    
 
ฟังเพลงนี้มาหลายรอบละ ยิ่งใน channel [V] เปิดเจอทุกครั้งที่กดรีโมทผ่าน แต่เจอทุกครั้งก้อหยุดฟังทุกครั้งนั่นล่ะ ยิ่งฟังก็ยิ่งเพราะ ก่อนหน้าเคยเถียงกะน้องว่า เอ..เพลงนี้มันเพราะจัง ท่อนสร้อยก็คุ้นๆ ติดหูจังแฮะ ไปก๊อบของฝรั่งมาป่าวเนี่ย จนวันนี้ลอง search หาดู ก็ได้รู้แล้วว่า เป็นเพลงใหม่จากอัลบั้มสากลชุดที่ 2 ของฮิกกี้  “This Is The One” ... พยายามหา music video เพลงนี้มาให้ชมจาก youtube แต่ไม่เจอแฮะ แปลกมาก แต่ก้อมีที่ฮิกกี้ร้องสดในรายการของ CBS เลยเอามาแปะให้ชมกัน ทำให้รู้ว่า ตอนนี้สาวยุ่นคนนี้ดังไปถึงอเมริกาแล้ววว ... เพราะจัง! 

"I wish that I could photoshop
All our bad memories
Cuz the flashbacks, oh the flashbacks
Won’t leave me alone"
 
... 
 
January 23

Fuck Youuuu ..

คือว่า .. เกือบจะหมดหวังกับสาวแม่ลุกอ่อน lily allen สำหรับอัลบั้มที่สอง" it's not me it's you" ซะแล้ว เพราะแค่ฟัง the fear ก็ทำเอาสาวกอย่างชั้น รู้สึกผิดหวังกับการรอคอยทันที นึกว่าจาเหมือนกับอาถรรพ์แกรมมี่ ที่ชุดแรกแรงรุ่ง แต่ชุดสองดันพุ่งทะยานลงเหวซะงั้น ..แต่ดั๊นมาเจอเพลงให้กระชุ่มกระชวยจนต้องมาระบายใน space นี่จนได้ ก็แหม เพลงมันชื่อ Fuck you อ่านเนื้อเพลงแล้วก้อเจ็บจี๊ดแทนพวกผู้ชาย .. สาวๆอย่างชั้น "ชอบจัง"
 
อะ อะ ลองฟังกันนะมิตรรักทั้งหลาย  .. lily ชั้นรักเธอจ้ะ
ps. เอา mv ของชาวเกย์ฝรั่งเศส ที่ช่วยกันร้องเพลงนี้มาให้ชมกัน
น่ารักดีอะ ...
 
 
    
  

   

Look inside
Look inside your tiny mind
Now look a bit harder
Cause we're so uninspired,
so sick and tired
of all the hatred you harbor

So you say
It's not okay to be gay
Well I think you're just evil
You're just some racist
who can't tie my laces
Your point of view is midieval

Fuck you
Fuck you very, very much
Cause we hate what you do
And we hate your whole crew
So please don't stay in touch

Fuck you
Fuck you very, very much
Cause your words don't translate
And it's getting quite late
So please don't stay in touch

Do you get
Do you get a little kick of being slow minded?
You want to be like your father
It's approval your after
Well that's not how you find it

Do you
Do you really enjoy living a life that's so hateful?
Cause there's a hole where your soul should be
Your losing control of it and it's really distasteful

Fuck you
Fuck you very, very much
Cause we hate what you do
And we hate your whole crew
So please don't stay in touch

Fuck you
Fuck you very, very much
Cause your words don't translate
and it's getting quite late
So please don't stay in touch

Look inside
Look inside your tiny mind
Now look a bit harder
Cause we're so uninspired,
so sick and tired of all the hatred you harbor

Fuck you
Fuck you very, very much
Cause we hate what you do
And we hate your whole crew
So please don't stay in touch

Fuck you
Fuck you very, very much
Cause your words don't translate
and it's getting quite late
So please don't stay in touch

...

 
 

September 08

ก็หิวนี่นา..

"ก็หิวนี่นา"
เขียนบท และ กำกับโดย pikasso
เลเล่ และ จุนฮี แสดงนำ


001

002

004

004

005

006

007

008
 
~ The End ~
 
July 01

คิดถึงญี่ปุ่น

 

jap

 

ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้ว 3 ครั้ง ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้ไปบ่อยขนาดนี้ ถ้าหากถามว่า 3 ครั้งที่ผ่านมาชอบครั้งไหนมากที่สุด คงรีบบอกได้ทันทีแบบไม่ต้องคิดว่า ก็ครั้งที่ 2 ไง สนุกที่สุดแล้ว แปลกเนอะ ทั้งที่ไปเพราะอกหัก เลิกกะแฟน ไปแบบไม่มีสติ มันจาสนุกยังไง แต่เชื่อไหมว่า เมื่อไหร่ที่กลุ้มใจ เครียด ท้อแท้ เอารูปตอนไปเที่ยวครั้งนั้นมาดูทีไร จะต้องนั่งอมยิ้ม และอะไรที่ไม่สบายใจก็หายเป็นปลิดทิ้ง..ทู้กที  

วันนี้เป็นอีกวันที่รู้สึกเบื่อ เซ็ง โกรธ กับเรื่องบางเรื่องที่ไม่สบอารมณ์ ปรี๊ดมากก ไม่รู้จะทำอย่างไร อึดอัด และคิดอะไรไม่ออก .."อ๋อ ชั้นดูรูปไปเที่ยวญี่ปุ่นดีกว่า" ว่าแล้วก็เปิดอัลบั้มใน space มานั่งดูทีละรูป ได้ผลจริง ๆ  อารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง ในขณะที่รูปก็ค่อย ๆ fadeไปเรื่อย ๆ ..  ถ้าถามว่าทำไม เพราะอะไรล่ะ .. คำตอบก็คือ ชั้นเห็นผู้หญิงที่เข้มแข็งคนนึงในภาพเหล่านั้นไง เห็นเธอมีความสุขและรอยยิ้มจาง ๆ ทั้งที่เพิ่งผ่านเรื่องเลวร้าย ดูเข้มแข็ง และมีความสุขมากมาย .. ใช่แล้วเพราะ 15 วันที่ญี่ปุ่นครั้งนั้น ทำให้ชั้นมองโลกเปลี่ยนไป  

เมื่อก่อนเวลาฝันจะทำอะไรซักอย่าง ชั้นมักชอบคิดเสมอๆว่า เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่สำเร็จหรอกนา ทำไม่ได้แหงๆ คนเรามักฝันเลอะเทอะ ฝันนู่นฝันนี่ ฝันอลังการ ฝันลมๆแล้งๆ พอฝันเสร็จ ก้อเก็บเอาความฝันนั้นพับเก็บไว้ แล้วก็ลืมหายไป ชั้นเป็นคนนึงที่มักทำแบบนี้บ่อยๆ การไปญี่ปุ่นในครั้งนี้ ก็เกือบถูกพับไว้ เช่นเดียวกับความฝันอื่นๆของชั้น แต่ด้วยอะไรซักอย่าง คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อน ความทุกข์ใจในขณะนั้น และความมีสติบ้างบางช่วง ที่ลากเอาสังขารอันไม่มีสติตอนนั้น ไปทำอะไรหลายๆอย่าง จนกระทั่งได้ไปถึงญี่ปุ่น ได้ไปพบกับประสบการณ์ใหม่ๆ บวกกับทัศนียภาพอันสวยงาม ความสงบจากวัดที่ได้ไปเยือน ..ว่าแล้วอะไรที่เลวร้ายที่เกิดขึ้น ณ ชีวิตในตอนนั้น ก็ถูกความทรงจำที่ดี เข้าไปแทนที่เสียจนเกือบมิด ความสุขก็เริ่มกลับเข้ามาทำให้ยิ้มได้อีกครั้ง  

เห็นไหม ชั้นก็ทำอะไรๆได้ตั้งหลายอย่างนี่นา ชั้นไปเที่ยวเองได้ ใช้เงินตัวเอง ขอวีซ่า ซื้อตั๋วเครื่องบินเอง ไม่เห็นต้องง้อใครเลย คิดอย่างงี้แล้ว ชั้นรู้สึกตัวเองมีคุณค่าขึ้นมาก หากยังมานั่งเสียใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ ไม่งัดเอาความฝันขึ้นมาทำให้สำเร็จ ชั้นคงไม่รู้หรอกว่าตัวเองทำอะไรได้มั่ง หรือมีคุณค่าแค่ไหน .."หากเราไม่เริ่มทำ เราก็คงไม่รู้ตัวหรอกว่า ตัวเองทำได้ดีแค่ไหน"

คิดถึงความสงบของวัดต่างๆ
คิดถึงความสวยงามของปราสาท
คิดถึงแหล่งช้อปปิ้งที่คาวารามาชิ
คิดถึงอาราชิยาม่า
 
 
"คิดถึงญี่ปุ่น"
 
 
 

April 03

Kyoto Diary

 

kyoto diary  

Holaaa everyone ..
ไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ  เนื่องจากความขี้เกียจนั่นเอง  แหะๆ  แต่แล้วก้อต้องมีเรื่องให้อยากเล่าจนได้ เริ่มเรื่องเลยละกั๊น..

เมื่อตอนที่รู้ว่าเอ็นติดใหม่ๆ เราไปเกษตรเพื่อดูชื่อที่บอร์ด และก็ตามประเพณีของสมัยนั้น ที่ต้องเข้าไปในซุ้มตามคณะที่รุ่นพี่จัดขึ้น (ไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังมีแบบนี้อยู่รึเปล่านะ)ในขณะที่เดินเข้าไปแบบ งง ๆ แอบกลัวหน่อยนึง เพราะเห็นพวกรุ่นพี่ก็เต้นกันโหยงเหยง บ้าๆบอๆ พร้อมกับเสียงกลองดังไปทั่ว และก็บังคับให้น้อง นั่งอยู่ในซุ้มนั้นแบบไม่รู้ชะตาชีวิต ก็มีเพื่อนผู้หญิงข้างๆ ตัวเล็ก หน้าตาเรียบร้อยเชียว เข้ามาคุยกะเราคนแรกเลย

เธอคนนั้น ถามเราว่า "บ้านเธออยู่สี่พระยา ตลาดเพชรพลอยใช่มั้ย" เราก้อ "เอ้ออ เฮ้ย ใช่ ทำไมรู้จักล่ะ" เพื่อนคนนั้นก้อรีบบอกเราทันทีว่า "เราก้ออยู่ที่นั่นเหมือนกัน เราชื่อฝนนะ เราเคยเห็นเธอนานแล้ว เธอเรียนพิเศษที่เดอะเบรนใช่ป่าว" "ใช่ๆ เธอรู้ได้ไงอะ ?" เรารีบถามกลับ เพื่อนคนนั้นก็รีบเล่าต่ออีกว่า "เราก้อเรียนที่เดียวกับเธอเหมือนกัน เราเห็นเธอมานานแล้ว เพราะเรานั่งสาย 16 คันเดียวกับเธอ ลงพร้อมเธอ และเดินตามหลังเธอเข้ามาในซอยบ่อยเลย" "จิงดิ เราไม่เห็นรู้เรื่องเลย" เราอยู่ในซอยนั้นมาตั้งแต่เกิด แต่ทำไม หน้าตาเพื่อนคนนี้ดูไม่คุ้นเลย แปลกแฮะ  ?? เราแอบคิดในใจ แต่เพื่อนคนนี้ ก็ช่วยให้เราหายกลัวไปได้เยอะเลย "แปลกเนอะ เราเอ็นติดคณะเดียวกันด้วย ไม่น่าเชื่อเลย" เพื่อนคนนั้นทิ้งท้ายไว้กับเรา

หลังจากนั้นตลอด 4 ปี เรา 2 คนก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปโดยปริยาย เพราะนอกจากบ้านเราจะอยู่ใกล้กันแล้ว เลขประจำตัวนักศึกษาของเราสองคนยังติดกันอีกด้วย เวลาไปเรียน กินข้าว รับน้อง กลับบ้าน ทำรายงาน สอบ เราก็ตัวติดกันตลอด และถึงแม้ตอนนี้ฝนจะย้ายบ้านไปหลายปีแล้ว เราก็ยังสนิทกันเหมือนเดิม

จำได้ว่าสมัยเรียน ฝนชอบญี่ปุ่นมากมาย ชอบไปหาซื้อแมกกาซีนญี่ปุ่นมือสอง ที่ท่าช้างบ่อยๆ ไปแวะได้ทุกวัน ตอนนั้นก็ทำเอาเราบ้าไปด้วย ซื้อได้ปุ๊บก็มานั่งเปิดดูกัน ดูนู่นดูนี่ ก็ของในแมกกาซีนมันน่ารักทุกชิ้นนี่นา 555 นอกจากนี้ฝนยังชอบเขียนไดอารี่ เขียนทุกวัน เราจำได้  ฝนมักเล่าเรื่องทุกอย่างให้เราฟังบ่อยๆ พร้อมกับความฝันที่อยากเป็นนักเขียน นักเขียน แล้วก็นักเขียน นั่งคงเพราะฝนชอบเขียนไดอารี่ละมัง เราแอบนึก

ถึงตอนนี้ หลังจากเรียนจบมาหลายปีแล้ว เพื่อนนักเขียนของเรา  มีหนังสือเล่มแรกเป็นของตัวเองแล้วนะ "เกียวโต ไดอารี่  คู่มืออยู่ เรียน เที่ยว กรุงเกียวโตอย่างรื่นรมย์ "หน้าปกเค้าว่างั้น เมื่อวานฝนเอามาให้สด ๆ ร้อน ๆ หลังจากที่ตั้งตารออยู่พักใหญ่ ไม่รู้ทำไม เราดีใจแทนเพื่อนคนนี้เหลือเกิน เลยต้องรีบเอามาเล่าที่นี่ ..

ใครที่ชอบถามเราว่าทำไมชอบไปญี่ปุ่นจัง ? ไปหลายรอบไม่เบื่อเหรอ ? ที่นั่นมันมีอะไรดีนะ ? ไปเที่ยวตามกระแสหรือเปล่า ? อยากจะบอกว่า เกียวโตไดอารี่ เล่มนี้ มีคำตอบให้ เพราะที่ฝนกะเราชอบเกียวโตเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญแน่นอน ใครที่ผ่านแผงไหนแล้วแอบเห็นปกสีชมพูหน้ากินแบบนี้ อย่าลืมแง้มดูมั่งนะจ๊ะ

"Life's too short"

September 03

sunday noon


โว่ว โว่ว โว่ว ....
ไม่ได้มาอัพ space นานโคตร
สาเหตุหนึ่งคือ..ไม่ชอบไอหน้าตา window live spaces อย่างแรง เลยประชดไม่เข้ามาใช้บริการมันนานมากๆ
แต่วันนี้อารมณ์ดี ลองใช้ไอของใหม่นี่ดูดีกว่า เผื่อมีไรดีๆมั่ง
 
ตอนแรกจะตั้งชื่อเป็น sunday morning ตามเพลงของ maroon5 แล้วนะ แต่..
ตื่นมาก้อเกือบเที่ยงแล้วนี่หว่า เลยเปลี่ยนเป็น sunday noon แทน 5555 ดูขี้เกียจแต่ก็สดใสซาบซ่าดี
 
วันนี้ท้องฟ้าดูดีมากๆ ฟ้าขาวตัดกันสุดๆ ไม่มี เทา มัว ขุ่นๆเหมือนวันอื่น
ชอบจังท้องฟ้าแบบนี้ ทำเอาคนที่เห็นก็พลอยสดชื่นเหมือนได้กินไอติมอร่อยๆไปด้วย
และถึงแม้อากาศมันจะร้อนไปหน่อยก็เหอะ เพราะแสงแดดที่ทะลุลงมายังพื้นโลกเนี่ย ไม่ได้ผ่านเมฆซักชั้น
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความซาบซ่านี้หายไปได้
อารมณ์ดีเยี่ยงนี้ พิชานันซักผ้าดีกว่า ... อิอิ ซักมันหน้าบ้านเลยละกัน
และแล้วก็เริ่มไปหาแผ่น regina spektor ที่ฝนให้มา บรรเลงให้ดังลั่นบ้าน
ตามด้วยหยิบกะลังมังสีเขียวอ่อนที่แอบอยู่หลังบ้าน ใส่แฟ้บไปช้อนใหญ่ แล้วก็เริ่มเล้ย
 
 
 30906
 
ตากเสร็จแล้ว ก็รอแห้งล่ะทีนี้ .. นี่แหละน้าความสุขของวันอาทิตย์
อันที่จริง ไอ window live spaces เนี่ย มันก็ไม่เลวแฮะ
 
 
 
No list items have been added yet.